หลายคนก็ยังไม่ทราบว่าจะทานผักผลไม้อย่างไร ให้ได้ประโยชน์สูงสุด ผักผลไม้มากมายบนโลกใบนี้ เราจะเลือกทานอะไรแบบไหนยังไงดี Urban Farming จะชวนคุณมาทานผักผลไม้ให้ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ด้วยการ “ทานผักผลไม้ 5 สี“ ไปดูกันครับว่าประโยชน์ของผักผลไม้ 5 สี มีดีด้านไหนบ้าง
ทำไมต้องทานผักผลไม้ 5 สี
อย่างที่เราทุกคนเข้าใจตรงกันว่า ในผักและผลไม้นั้น มีวิตามินและแร่ธาตุมากมาย เป็นหนึ่งในสารอาหารสำคัญที่ช่วยให้เรามีสุขภาพแข็งแรง
แต่หลายคนอาจจะไม่ทันได้สังเกตว่า ผักและผลไม้หรือพืชตามธรรมชาตินั้น มีหลากหลายสีสันมากมาย ซึ่งเม็ดสีที่พืชสร้างขึ้นนั้น นอกจากจะทำให้พืชผักผลไม้ มีความน่ารับประทานแล้ว สีของผักผลไม้ยังเป็นตัวบ่งบอกสารอาหารที่มีแตกต่างกันของผักผลไม้
สารอาหารชนิดพิเศษที่พบได้ในพืชผัก และมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายไม่น้อยหน้าวิตามินแร่ธาตุต่าง ๆ อย่าง “ไฟโตนิวเทรียนท์” ผักแต่ละสีแต่ละชนิดนั้นก็ให้ “ไฟโตนิวเทรียนท์” ที่แตกต่างกัน
หากอยากจะได้ประโยชน์จากพืชผักอย่างครบถ้วน เราไม่ควรเลือกทานผักที่เราชอบเพียงชนิดเดียว หรือสีเดียวนะครับ เพราะเราจะไม่ได้รับสารอาหารที่หลากหลายจากผักผลไม้ ซึ่งมีถึง 5 สีด้วยกัน
เราควรทานผักผลไม้ สลับหมุนเวียนครบทั้ง 5 สี เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์ที่ครบถ้วน ทั้งนี้ผักแต่ละสี ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 สี 5 กลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้ครับ
ประโยชน์ของผักผลไม้ สีเขียว
ผักผลไม้สีเขียว น่าจะเป็นผักที่พวกเราส่วนใหญ่คุ้นเคย หาทานได้ง่าย และทานบ่อยที่สุด
ผักและผลไม้สีเขียวนั้น เม็ดสีมาจากสารที่มีชื่อว่า คลอโรฟิลด์ (Chlorophyll) โดยผักผลไม้แต่ละชนิด จะมีความเข้มของสีที่แตกต่างกันตั้งแต่เขียวเข้มจัด อย่างเช่น ผักคะน้า ตำลึง สาหร่ายบางชนิด ผักใบเขียวต่าง ๆ ไปจนถึงผักผลไม้ที่มีสีเขียวทั่วไป เช่น ผักกาด แอปเปิ้ลเขียว ฝรั่ง
คลอโรฟิลด์ (Chlorophyll) ในผักสีเขียวนั้น เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ มีกากใยสูง ให้พลังงานต่ำ ดังนั้น ผักใบเขียว ผลไม้สีเขียว จึงช่วยในการลดน้ำหนักได้ดี ช่วยลดอาการท้องผูก และอุดมไปด้วยประโยชน์ในการยับยั้งการเกิดริ้วรอย ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส และช่วยในการต่อต้านโรคมะเร็ง
ประโยชน์ของผักผลไม้ สีแดง
ผักและผลไม้ที่อยู่ในกลุ่มสีแดง เช่น กระเจี๊ยบแดง สตรอเบอร์รี่ มะเขือเทศ บีทรูท เชอรี่ แตงโม เกรพฟรุตสีชมพู ฝรั่งสีชมพู เป็นผักและผลไม้ที่มีสารสีแดงคือ ไลโคปีน (Lycopene) และเบตาไซซีน (Betacycin) เป็นจำนวนมาก
ไลโคปีน (Lycopene) และเบตาไซซีน (Betacycin) นั้นมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงมีส่วนสำคัญในการช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งตามอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย นอกจากนี้ยังมีประโยชน์เรื่องผิวพรรณ ลดการเกิดสิว และทำให้รอยแผลเป็นจางลงได้อีกด้วยครับ
ประโยชน์ของผักผลไม้ สีเหลืองและส้ม
ผักและผลไม้ที่อยู่ในกลุ่มสีเหลืองและส้ม เช่น ข้าวโพด ฟักทอง ขนุน สับปะรด มันเทศ ส้ม แครอท มะละกอ มะนาว เสาวรส จะอุดมไปด้วยสารสำคัญที่ชื่อว่าลูทีน (Lutein)
ลูทีน (Lutein) มีประโยชน์อย่างยิ่งในการบำรุงสายตา ช่วยป้องกัน ลดความเสี่ยง และชะลอการเกิดอาการเสื่อมของจอประสาทตาในผู้ใหญ่
สำหรับเด็กเล็ก ๆ การทานผักผลไม้ในกลุ่มสีเหลืองและส้ม จะมีส่วนช่วยในการพัฒนาการมองเห็นในเด็กเล็กได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ในผักและผลไม้ที่มีสีส้มจะมีสารเบต้าแคโรทีน (Betacarotene) ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยส่งเสริมและสร้างภูมิคุ้มกัน ลดความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย จึงนิยมใช้ในเวชศาสตร์ชลอวัย
ประโยชน์ของผักผลไม้ สีม่วงและม่วงอมน้ำเงิน
สีสันของพืชผักสีม่วงและม่วงอมน้ำเงิน เป็นสีสันที่แปลกตาและทำให้อาหารดูน่าทานใช่ไหมล่ะครับ สีสันเหล่านี้มาจากสารที่เรียกว่า แอนโทไซยานิน (Anthocyanin)
แอนโทไซยานิน เป็นตัวการสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ต่าง ๆ ช่วยชะลอความเสื่อมถอยของเซลล์ ชะลอการอุดตันในเส้นเลือด และช่วยทำลายสารที่ทำให้เกิดมะเร็ง นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงเส้นผมให้เงางามอีกด้วยครับ
สารสีม่วงนี้จะพบมากใน มะเขือสีม่วง ลูกแบล็คเบอรี่ บลูเบอรี่ ดอกอัญชัน กะหล่ำปลีที่มีสีม่วง มันเทศสีม่วง และหอมแดง
ประโยชน์ของผักผลไม้ สีขาวจนถึงน้ำตาลอ่อน
ผักผลไม้สีขาวจนถึงน้ำตาลอ่อน เช่น ขิง ข่า กระเทียม เห็ด ลูกเดือย หัวไชเท้า ดอกกะหล่ำ ถั่วงอก และงาขาว สาลี่ พุทรา ลิ้นจี่ ละมุด แห้ว จะมีสารอาหารที่เรียกว่า แซนโทน (Xanthone)
แซนโทนเป็นสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ มีคุณสมบัติในการช่วยลดอาการอักเสบ ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ ผักผลไม้ สีขาวจนถึงน้ำตาลอ่อนยังมีสารที่สำคัญอีกหลายชนิด เช่น อัลลิซิน (Allicin) และ กรดไซแนปติก (Synaptic acid) ซึ่งมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดไขมันในเลือดด้วยครับ
สรุป
เห็นได้ว่าประโยชน์ของผักผลไม้ 5 สีนั้น แต่ละกลุ่มสีก็มีคุณค่าสารอาหารที่แตกต่างกัน เรียกได้ว่ามีดีในแต่ละด้านต่างกัน การจะทานผักผลไม้ให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายสูงสุด ก็ควรทานผักผลไม้ให้ครบทั้ง 5 สี โดยอาจจะเลือกทานสลับหมุนเวียนกันในมื้ออาหาร
หากใครที่ทานผักเก่ง ทานผลไม้เก่ง แต่ยังไม่ทันได้สังเกตสีของผักผลไม้แล้วล่ะก็ อ่านบทความนี้จาก Urban Farming จบแล้ว อย่าลืมเลือกหาผักผลไม้หลากหลายสีสันมาทานกันนะครับ